Fay's profileWickedcat's livingPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    September 20

    ภาพข่าวเรื่องเหตุการณ์ในเมืองไทยจากNihon Television

    ภาพข่าวเรื่องเหตุการณ์ในเมืองไทยจากรายการ The Wide รายการข่าวยามบ่ายทางช่องNihon Television
    ประจำวันพุธที่ 20 กันยายน 2006 เวลา 14.00-14.07 ตามเวลาท้องถิ่น (โตเกียว)

    เริ่มด้วยรายงานภาพเหตุการณ์เมื่อคืน

    แล้วตัดไปที่การรายงานสดจากกรุงเทพฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่กรุงเทพฯทุกพื้นที่สงบเงียบ ไม่มีเหตุรุนแรงอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะนำแผนที่กรุงเทพฯบริเวณรัฐสภา และบริเวณใกล้เคียงมาให้ชม

    จากนั้นก็อธิบายถึงกลุ่มปฏิรูปว่าเป็นใคร

    แถบสีเข้มด้านบนคือในหลวง สีแดงคือกองทัพ สีเขียวคือรัฐบาล
    ในกรอบสีแดงเขียนว่า
    กองทัพบก (ในวงเล็บ พล.อ.สนธิ)
    กองทัพเรือ
    กองทัพอากาศ

    ในกรอบสีเขียวเขียนว่า นายกทักษิณ

    ลูกศรแสดงทิศทางของกองทัพที่เข้ายึดอำนาจ

    มีรูปการแถลงข่าวเมื่อคืนด้วย


    จากนั้นก็มีท้าวความถึงนายกทักษิณ ว่าทำไมจู่ๆถึงเหตุการณ์นี้ได้

    แล้วก็สรุปเหตุการณ์ว่าถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ กรุงเทพฯยังคงอยู่ในความสงบ ก่อนจะตัดเข้าข่าวการเลือกตัวแทนพรรคLDP ที่จะมารับตำแหน่งต่อจากคุณโคอิซุมิ (ซึ่งผลปรากฏว่า คุณอาเบะ ได้รับตำแหน่งนี้ไป)

    September 04

    ไว้อาลัยแด่ Crocodile Hunter -Steve Irwin-

    เปิดเข้าไปที่เว็บYahoo! โดยไม่ตั้งใจ แล้วก็เห็นข่าวพาดหัวเข้า

    ...วันนี้ เมื่อเวลาประมาณ11น. ตามเวลาท้องถิ่น สตีฟ เออร์วิน นักธรรมชาติวิทยาและนักผจญภัย ผู้ดำเนินรายการThe Crocodile Hunter ทางช่องAnimal Planet เสียชีวิตจากการถูกปลากระเบนแทงเข้าที่หน้าอก ขณะกำลังถ่ายทำสารคดีใต้น้ำ บนชายฝั่งทางเหนือของควีนส์แลนด์

    เออร์วินถูกเงี่ยงหางปลากระเบน(ซึ่งมีพิษ)แทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

    T_T

    ชอบดูรายการคุณสตีฟมากๆเลย ยังเคยพูดกับแม่ว่า สงสัยได้ตายเพราะโดนตัวอะไรซัดเอา แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นจริงๆ ขอแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวคุณสตีฟด้วยนะคะ

    แล้วคนที่มีอุดมการณ์ดีๆ ก็จากโลกนี้ไปอีกหนึ่งคน ฮืออออ

    September 03

    [โคลงสี่สุภาพ] ว่าด้วยเรื่องการสอบคันจิ

    โคลงสี่สุภาพ

    ว่าด้วยเรื่องการสอบคันจิ
    โดย: แมวตัวร้าย

    คันจิมีมากล้น.........เกินจำ
    อ่านท่องไปก็ทำ.....ไม่ได้
    หลังขดคัดร้อยคำ...ยังตก ได้เลย
    คันจิไทยไม่ใช้.......จะให้ทำไง(ฟระ)


    อ่านทนจนเหนื่อยล้า.....กายใจ
    เริ่มเห็นทางสว่างใน......ข้อสอบ
    ช่างหัวมันปะไร............นอนหลับ ดีกว่า
    ในคาบค่อยเหลือบลอบ...ลอกถ้วน กระบวนความ
    June 23

    น้องใครทำไมน่ารักงี้เนี่ย >w<

    Photobucket - Video and Image Hosting

    ซ้าย ใบหม่อน   ขวา ดอกเหมย

     

     

    Photobucket - Video and Image Hosting

    รู้สึกว่าใบหม่อนจะสีเข้มกว่านิดนึงนะ ส่วนดอกเหมยแก้มยุ้ยกว่า

     

     

    Photobucket - Video and Image Hosting

    เดาว่าเป็นใบหม่อน  กำลังแทะแขนพี่สาวเราอยู่

     

     

    น่ารักไหมๆ ขอบคุณพี่สาวด้วยนะค้าที่อุตส่าห์มาเก็บภาพแล้วส่งมาให้ดู >w<

    June 18

    ถึงคุณแมวขาว

    ก่อนอื่นขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบล็อกนี้บ่อยๆ
     
    แค่สงสัยว่า...มาเจอบล็อกนี้ได้ยังไงเหรอคะ ^^;;;

    ใบหม่อน ดอกเหมย

    วันนี้แม่โทร.มา บอกข่าวน่าตื่นเต้น
     
    ที่บ้านมีสมาชิกใหม่แล้ว!!
     
    แน่นอนว่าด้วยวัยอันล่วงเลยเลขห้า ของท่านพ่อท่านแม่ คงไม่ใช่ข่าวว่าเราจะมีผู้ร่วมหารมรดกหรอก
     
    และด้วยวัยเกินสิบสามขวบของโดลี่ หมาป้าแก่ที่บ้าน ก็คงไม่ใช่ข่าวว่าได้ทายาทผู้พิทักษ์บ้านตัวใหม่เช่นกัน
    แต่ก็ใกล้เคียงนะ
     
    เพราะ "ใบหม่อน" กับ "ดอกเหมย"  เป็นชื่อของน้องหมา ที่เพิ่งย้ายสำมะโนประชากรสี่ขา มาอยู่บ้านเรา
     
    พ่อแม่เจ้าหม่อน เจ้าเหมย เป็นลาบราดอร์ กับโกลเด้นของคุณป้าบ้านใกล้เรือนเคียง เนื่องจากพี่น้องร่วมท้องมีกันหลายชีวิต บ้านเราก็เลยไปขอมาเลี้ยงเสียสองตัว ตัวผู้ตัว ตัวเมียอีกตัว
     
    ชื่อใบหม่อนกับดอกเหมย เป็นชื่อที่เราคิดไว้นานแล้ว จดใส่กระดาษทิ้งไว้ที่เมืองไทย เป็นรายชื่อน้องหมา ถ้าหากพ่อแม่จะเอามาเลี้ยง 
    ชื่อที่เข้ารอบสุดท้าย มีสามชุด
     
    ชุดแรกก็คือ ชุดต้นไม้  ใบหม่อน- ดอกเหมย
    ชุดที่สอง ชุดคู่หูนักสืบจอมโจร โฮล์มส์- ลูแปง
    ชุดที่สามชุดของกิน  หมั่นโถว- หนมเทียน 
     
    แล้วท่านแม่ก็เลือกชุดที่ดูเป็นผู้เป็นคน (เป็นหมา) มากที่สุด แล้วก็เป็นชื่อชุดที่เราชอบที่สุดด้วย
     
    อยากกลับไปเล่นกับเจ้าตัวเล็กเร็วๆจัง ช่วงเวลาที่น้องหมายังเล็กน่ะ มีแค่แป๊บเดียวเอง ต้องรีบไปตักตวงและรีบกลั่นแกล้ง ก่อนมันจะโต หุๆ
     
    รอหน่อยน้า เจ้าหม่อน เจ้าเหมย เดี๋ยวจะกลัยไปแกล้งปลายปีนี้ หึๆ
     
    June 07

    กลอนพาไป

    "Save me from the Nothing I've become..."

     

    มือข้ายืดออกไปเพื่อไขว่ขว้า
    ดวงตาข้ามืดมนมองไม่เห็นแสง
    ที่กีดกั้นคั่นขวางคือกำแพง
    ไร้เรี่ยวแรงจะยืนยงดำรงไว้

    หากท่านคือผู้ได้ยินคำวิงวอน
    โปรดอาทรดินด้อยค่าได้หรือไม่
    เอื้อมมือมาฉุดข้าให้ขึ้นไป
    ยังโลกที่มีไออุ่นของแสง

     

    ฟังเพลงโปรด Bring me to Life ของ Evanescence แล้วจู่ๆก็อยากแต่งกลอน (อารมณ์ไหนเนี่ย??)

     

    ใช้เวลาสิบนาที ออกมาได้อย่างที่เห็น...รู้สึกได้เลยว่าวงศัพท์แคบลงอย่างเห็นได้ชัด ="=

    ใครก็ได้ ส่งอิเหนาหรือลิลิตตะเลงพ่ายมาให้อ่านหน่อย ><

     

     

     

    May 18

    น้ำหนักนั้น สำคัญไฉน?

    วันนี้ไปซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักกับพี่เพนน์มา หุ้นกัน แล้ววางไว้หน้าห้องน้ำ อยากใช้ก็ไปชั่งได้เลย
     
    น้ำหนักลดลงกว่าตอนที่อยู่โออิตะนิดหน่อย ไม่รู้เป็นเพราะได้ออกแรงทำงานพิเศษ หรือเพราะพ้นหน้าหนาวแล้ว เลยไม่ต้องใส่เสื้อหนาๆก็ไม่รู้
     
    เห็นแบบนี้ ท่าจะต้องกัดฟันทำงานพิเศษต่อซะแล้วล่ะม้าง มีเหตุจูงใจเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเงินค่าแรง และอาหารอร่อยๆแล้ว lol
    May 10

    เอารูปที่ไปเที่ยวนิกโกมาลงแล้วค่า

    อย่างที่บอก เอารูปมาลงแล้วค่า  ( ^ 0 ^ ) ไปดูแล้วจะคอมเม้นท์ไว้ที่นี่ได้เลยนะคะ
     
    ไปกลับมาได้ตาแดงมาหนึ่งข้าง (อ่านได้จากเอนทรี่ข้างล่าง) แต่ตอนนี้หายแล้วล่ะค่ะ ( ' w ' )v
     
    อยากไปอีกจังเลย ที่นี่มีให้เช่าชุดใส่เดินเที่ยวได้ทั้งวันด้วย อยากใส่ชุดของกลุ่มชินเซ็น เดินสะพายดาบไปรอบๆเมืองจริงๆ ( > w < )
     
    May 04

    แมวกะปูดตาแดง

    เมื่อวานหลังจากไปเที่ยวกลับมาก็มีเรื่องให้เครียด เมื่ออยู่ดีๆ ตาขวาก็แดงก่ำ ยังกับช้ำเลือด
    =[]= !!

     

    ข้อสงสัยที่ตั้งไว้ก็คือ เมื่อวานใส่คอนแทคฯ แล้วอาจจะดื่มน้ำน้อยไป ตาเลยแห้ง ทำให้เกิดการระคายเคือง พอกลับมาก็ไม่ได้ถอดออกทันที ยังทำโน่นทำนี่ต่อ พอรู้ตัวอีกที ตาก็แดงก่ำจนน่ากลัวแบบนี้แล้ว

     

    หลังจากถอดคอนแทคฯ ก็รีบล้างหน้าล้างตา หยอดน้ำตาเทียม วันรุ่งขึ้น ซึ่งก็คือวันนี้ เลยไปให้หมอดูมา

     

    แต่กว่าจะไปถึงมือหมอ ก็เล่นเอาเหนื่อยทั้งตัวและหัวใจ  ป่วยที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเลยจริงๆ ถ้าอาการหนักขนาดเรียกรถพยาบาลได้ มันก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าป่วยไม่มาก แบบที่ไปโรงพยาบาลเองได้แบบนี้เนี่ยสิ...เฮ่อ...

    ยิ่งวันนี้เป็นวันหยุดราชการ อย่าหวังเลยว่าจะได้เจอหมอง่ายๆ อุตส่าห์นั่งเช็ครายชื่อร.พ.ที่เปิดวันหยุดแล้วนะ ยังไม่วาย

    โรงพยาบาลแรกที่ไปคือร.พ.กาชาด โอโมริ เดินเข้าไปไม่ถึงห้านาที ก็ต้องเดินคอตกกลับออกมา เพราะ "ขอโทษนะคะ วันนี้จักษุแพทย์ไม่อยู่ ลองไปร.พ.อื่นดูก็แล้วกันค่ะ" ว่าแล้วก็ยัดโน้ตให้หนึ่งแผ่น เป็นเบอร์โทรศัพท์ สำหรับไว้โทร.ถาม หาว่าอาการแบบนี้ควรไปร.พ.ที่ไหน

     

    ...ขอบใจนะ...ขอบใจมาก...ค่ารถฉัน400กว่าเยน เสียไปเพื่อ???

     

    หลังจากโทร.ถามกับสายด่วน ก็กลับไปที่สถานีรถไฟอีกรอบ แล้วนั่งต่อไปสถานีข้างๆ ก่อนต่อรถเมล์ไปร.พ.แห่งมหาวิทยาลัยโทโฮ 

     

    มาถึงก็ไม่ได้ตรวจทันทีด้วยนะ ต้องนั่งรออยู่นานทีเดียว รอๆเกือบๆหนึ่งชั่วโมง ชักเอะใจ ทำไมมันนานผิดปรกติ เลยไปถามเจ้าหน้าที่ดู

     

    ...รู้สึกว่า...เจ้าหน้าที่จะลืม....

     

    วินาทีนั้นอยากจะกรี๊ดให้ลั่นร.พ. ....เค้าลืมเรา...ลืมเราไปแล้วววว....TwT

    ให้ฉันรอหนึ่งชั่วโมงเพื่อ???

     

    ...ดี...ตาแดงก่ำเป็นนกกะปูดยังใจเสียไม่พอ ยังจะถูกโรงพยาบาลลืมอีก...

     

    หลังจากรอนาน ก็ได้ตรวจซะที เครื่องที่ใช้ตรวจ หน้าตาเหมือนเครื่องที่เอาไว้ใช้วัดสายตาในร้านแว่น ก็คือเอาคางวาง แล้วหมอก็จะเลื่อนเครื่อง ดูตาเราจากมุมต่างๆ ให้มองซ้ายที ขวาที เหลือกขึ้น เหลือกลง แล้วก็ดึงเปลือกตา ดูว่าเปลือกตาด้านในปรกติไหม

    หมอถาม รู้สึกเคืองหรือคันตาบ้างรึเปล่า  อยากตอบไปชะมัดว่า จะเคืองก็เพราะมือหมอเนี่ยแหละ

     

    ผลการตรวจ หมอบอกว่า ตาเกิดอาการแพ้

    สาเหตุเกิดจาก อาจจะมีฝุ่นละอองเล็กๆหลุดเข้าไป ทำให้ระคายเคือง ไม่ก็คอนแทคฯอาจจะสกปรก ทำให้แพ้ แต่ก็ไม่ร้ายแรง หมอสั่งยาหยอดตาให้มาหยอด แล้วรอจนกว่าจะหายค่อยกลับไปใส่คอนแทคฯ ระหว่างนี้ให้เป็นสาวแว่นไปก่อน

    ตรวจเช็คเรียบร้อยก็จ่ายค่าตรวจ แล้วก็เอาใบสั่งยาออกไปซื้อที่ร้านข้างๆร.พ. (ที่ญี่ปุ่น ร.พ.ไม่ออกยาให้ เราต้องไปซื้อที่ร้านขายยาเอง)

     

    สรุป วันนี้จ่ายค่าตรวจไป 1,880 เยน
                                   ค่ายา   630  เยน
                                   ค่ารถ  1,000 เยน (จริงๆควรจะต้องจ่ายแค่ 420 เยน)

    ...เพราะอย่างนี้ถึงไม่อยากป่วยที่นี่เลยจริงๆ ให้ตายเหอะ

     

    ตั้งใจไว้ว่า คราวหน้า ถึงอาการจะไม่หนักก็จะเรียกรถพยาบาลแล้ว ต่อให้ต้องปลุกคนทั้งแมนชั่นก็เหอะ

    ช่วงนี้ก็เลยต้องกลับไปเป็นสาวแว่นไปพลางๆจนกว่าตาจะหาย แล้วก็กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนไปใช้คอนแทคฯแบบรายวันด้วย แต่ก็คงต้องรอให้แบบรายเดือนที่ซื้อมาหมดซะก่อนล่ะนะ

    April 08

    คิดไม่ตก

    ยังไม่ทันเปิดเรียนเลย ก็มาคิดเรื่องเรียนต่อโทซะแล้ว
     
    เฮ่อ ไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหนดี หลังจากจบไปจากที่นี่แล้ว
     
    ปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้ก็คือ ปริญญาตรีของเราเป็นสังคมศาสตร์ ไม่ใช่ด้านภาษา การจะไปต่อโทในญี่ปุ่นก็เลยยาก เพราะจบไม่ตรงกับสาขาที่เรียน
    ก็เลยไม่รู้ว่าจะเข้ามหาลัยที่เล็งๆเอาไว้ได้ไหม
     
    ที่ๆเล็งเอาไว้ มีอยู่สองที่ ก็คือ
    1. มหาวิทยาลัยวาเซดะ
        Graduate School of Japanese Applied Linguistics
        Major in Japanese Applied Linguistics
     
    2. มหาวิทยาลัยริทซึเมคัง (เกียวโต) มหาลัยพี่ของAPU
        Graduate School of Language Education & Information Science
        Major in the Japanese Education Program
     
    ข้างบนนั่นคือแผนA
    แต่ถ้ามีเหตุทำให้ไม่ได้เรียน แผนB1 (ที่ไม่ใช่Bananas in Pajamas) ก็คือ ไปออสเตรเลีย
    ไม่ใช่ว่าถอดใจ ไปเรียนสาขาอื่นแล้วหรอกนะ กะจะไปเรียนสายญี่ปุ่นเนี่ยแหละ เพียงแต่เปลียนบรรยากาศ ไปเรียนเป็นภาษาอังกฤษ (แล้วจะเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกปีนึงเพื่อ??)
     
    สาขาที่เล็งๆไว้ มี2สาขา คือ
     
    1. Japanese Applied Linguistics
    2. Japanese Studies
     
    ถึงมันจะแปลกซักหน่อยที่ไปเรียนที่ออสเตรเลีย แต่มันก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เพราะว่าจะได้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช่มุมมองจากชาวญี่ปุ่น อาจจะเข้าใจปัญหาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นมากขึ้นก็ได้
     
    ก็เนี่ยล่ะ...เฮ้อ รู้งี้เข้าทางอักษรศาสตร์ตั้งแต่แรกก็ดีเนอะ ^-^;;;
     
    แต่ถ้าจะไปออสเตรเลีย ก็ยังมีปัญหาอีก ทางเลือกสุดท้าย หรือแผนB2 ของเราก็คือ
    กลับบ้าน หางาน แล้วค่อยสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นกลับมาอีกรอบ ฮ่าๆๆ
    ไม่รู้ไปๆมาๆ จะได้ใช้แผนนี้รึเปล่านะ
    April 02

    เข้าเมืองมา

    เมื่อวานไปเที่ยวในเมืองมาล่ะ

    พอดีว่า ฮิโระ เพื่อนที่เคยเล่นแร็คนาร็อคด้วยกัน(เซิร์ฟเวอร์ของที่นี่) แวะมาที่โตเกียว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาด้วย แล้วพอดีเขาเห็นว่าเราเพิ่งมา ยังไม่รู้จักที่ทาง ก็เลยอาสาพาเที่ยวให้

    แอบตื่นเต้นนิดหน่อย ถึงจะรู้จักมา2ปี แต่ก็คุยผ่านทางอินเตอร์เน็ตเอาตลอด พอมาเจอกัน ต่างคนต่างอดเขินๆไม่ได้

    ส่วนไปเที่ยวไหนกันบ้างน่ะเหรอ

    เริ่มต้น เราไปกันที่สวนสาธารณะอุเอโนะ ซึ่งซากุระกำลังบานเต็มที่ สวยมากๆเลย เป็นครั้งแรกที่เห็นซากุระมากมายขนาดนี้ มองไปทางไหนก็ถูกล้อมรอบด้วยดอกสีชมพูอ่อนๆ ชูช่อสวย เสียดายที่มีแต่กล้องในมือถือ กล้องดิจิตอลอยู่ในกล่องสัมภาระ ซึ่งจะมาส่งเอาตอนเย็น เลยไม่มีกล้องจะถ่ายเลย บุ่ยๆ

    หลังจากนั้นก็แวะไปที่อากิฮาบาระ กินเค้กที่เมดคาเฟ่ (อีกแล้ว ฮ่าๆ) แล้วก็ไปที่อิเคบุคุโระ ขึ้นตึก ซันไชน์60  แวะเที่ยวNamja Town  ขึ้นไปชมวิวโตเกียวจากชั้นที่60 ของตึก จากนั้นก็กลับบ้าน

    ตอนเย็น บริษัทส่งของเอาสัมภาระ(ที่เหมาะจะเรียกว่า สัมภารก เสียมากกว่า) จากบ้านเก่ามาส่งให้ ถึงตอนนี้ก็ยังจัดไม่เสร็จเลย แบบว่าเยอะจัด ห้องตอนนี้รกสุดๆจนไม่มีที่จะเดิน ของกระจายเต็มห้องยังกับไต้ฝุ่นเข้า จัดจนเหนื่อยเลยแอบพักยกมาอัพก่อนค่อยไปจัดต่อ

     

    March 30

    เมื่อรูปข้าพเจ้าลงหน้าหนึ่ง

    วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจเปิดเข้าไปในเว็บมหาลัย กะจะไปอ่านข่าวคราวเสียหน่อยว่าไอ้หลักสูตรใหม่ที่บอกว่าจะใช้ปีนี้ มันไปถึงไหนแล้ว
     
    แต่พอหน้าแรกโผล่ขึ้นมา แอบอึ้งไปสามวิ ตกใจก็ตกใจ
     
    ก็เพราะไอ้รูปหน้าแรก มันเป็นรูปเราเองนี่หว่า!?
     
    เป็นรูปตอนขึ้นไปรับรางวัล President's Award ในงานรับปริญญานั่นเอง เออ ดีเหมือนกัน คิดอยู่เหมือนกันว่ารูปที่พ่อถ่ายออกมามันมืดไปหน่อย  พอดีมีคนใจดีเอารูปชัดๆมาลงให้ ดีไปอีกแบบ
     
    เอามาให้ดูด้วย แอบภูมิใจนะเนี่ย หุๆ

     

    จะเข้าไปดูที่โฮมเพจของมหาลัยก็ได้ค่ะ คงยังอยู่อีกซักพัก  http://www.apu.ac.jp

    March 28

    เมดคาเฟ่

    อยู่บ้านใหม่มาได้1อาทิตย์แล้วค่า

     

    ถามว่าปรับตัวได้มากขึ้นไหม ก็ถือได้ว่าดีกว่าตอนแรกๆ

    แต่ช่วงอาทิตย์นึงที่ผ่านมา รูมเมทไม่มีใครอยู่บ้านเลย ก็เลยเหมือนอยู่บ้านคนเดียว พอรูมเมทกลับมากันแล้ว คงต้องเริ่มปรับตัวเพื่อจะอยู่บ้านเดียวกันอีก

     

    เมื่อวาน เพื่อนเก่าจากมหาลัย ที่ตอนนี้กำลังหางานอยู่ที่นี่ พาไปเปิดหูเปิดตาในเมือง

    และที่ๆสองสาวไปกันก็คือ...เมด คาเฟ่...

    ถ้าใครไม่รู้จัก เมด คาเฟ่ คือร้านคอฟฟี่ชอบ ที่เหล่าสาวเสิร์ฟจะแต่งตัวด้วยชุดเมด ออกมาโค้งรับลูกค้า พร้อมกับคำทักทายว่า "กลับมาแล้วหรือคะ ท่านเจ้านาย"

    แต่เนื่องจากร้านที่ไป เป็นร้านเมดน้องสาว คำทักทายจึงเปลี่ยนเป็น "กลับมาแล้วหรือคะ คุณพี่"

     

    ในร้านตกแต่งแบบน่ารัก บนโต๊ะมีฟิกเกอร์สวยๆจากGundam Seed Destinyวางประดับอยู่ด้วย  (โต๊ะเราเป็นหนู เมียร์ แคมเบลล์) กดแล้วมีเสียงตัวละครพูดออกมาด้วยล่ะ

    สั่งอาหารชุดมื้อกลางวันไป ของเราเป็นChicken Rice ที่หน้าตาเหมือนข้าวผัดอเมริกันใส่ไก่จานใหญ่  น้องเมดยกมาเสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศ แล้วถามว่า "พี่สาวชื่ออะไรคะ"

    พอตอบไปว่า "ชื่อฝ้ายค่ะ"  น้องเมดก็จัดแจง เขียนชื่อเราลงบนข้าวด้วยซอสมะเขือ แล้วแถมหัวใจให้ดวงใหญ่

     

     

    ขาออกจากร้าน ไปขอถ่ายรูปกับน้องเมด น้องเมดบอกด้วยเสียงน่ารักว่า

    "ขอโทษด้วยนะคะ ถ้าอยากถ่ายรูป ต้องเล่นเกมส์ค่ะ ถ้าหมุนวงล้อ (เป็นกล่องใส่เม็ดลูกปัด) แล้วได้ลูกสีแดง ถึงจะถ่ายได้ค่ะ"

    ก็เลยอด (ไม่อยากเสียเงินด้วยล่ะ)

    สุดท้าย เลยไปขอถ่ายกับน้องเมดอีกร้านนึง ที่ไปแจกใบปลิวโฆษณาที่สถานีรถไฟแทน

     

     

    แวะไปชมซากุระที่ศาลเจ้าดังแถวๆนั้นมาด้วย ชื่อศาลเจ้าคันดะ!! สะกดด้วยคันจิตัวเดียวกับน้องคันดะจาก D-Gray man เด๊ะๆ แต่ไม่ยักจะมีหนุ่มน้อยน่ารักออกมาให้เห็นแฮะ ^^;

     

     

    เช่าเครื่องรางกลับมาด้วย เป็นเครื่องรางคุ้มครองจากภัยอันตราย สาธุ ขอให้ลูกช้างอยู่ที่นี่โดยคลาดแคล้วปลอดภัยด้วยนะค้า ><

    March 17

    รูปรับปริญญา

    เอารูปที่รับปริญญามาลงไว้ในPhotos แล้วค่า >w<
     
    จบแล้ว!! เชื่อไหมเนี่ย เรายังไม่ค่อยจะเชื่อเลย
     
    วันนี้ได้แต่งตัวสวยๆ ด้วยความอนุเคราะห์จากบ้านโฮสต์ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ซึ้งจนน้ำตาจะไหล  ;___; ถึงจะอึดอัดหายใจไม่ออกแค่ไหน เราก็ทนจนจบงาน
     
    เพื่อนๆทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสกันมากเลย สาวๆก็สวย หนุ่มๆก็หล่อทุกคน ยินดีด้วยน้า จากนี้ไป ถึงเราจะแยกกันไปแล้ว ก็อย่าลืมว่า เรามันก็มาจากเขาเดียวกันนะ
     
    คงคิดถึงเพื่อนๆแน่ๆเลย ดูแลตัวเองด้วยนะ
    February 20

    คะแนนขำๆ

    กลับมาเพิ่งจะได้เห็นคะแนนสอบJLPT ของตัวเอง ที่สอบไปเมื่อเดือนธ.ค.

    ผลก็คือ...ผ่าน...ซะที่ไหน...

    ตัวอักษรแปะไว้ตัวเบ้อเร่อกลางไปรษณียบัตร  不合格(Failed) 
    (เขาอุตส่าห์วงเล็บมาให้ด้วยเหมือนจะตอกย้ำ แกตก เข้าใจไหม ตกน่ะ ฮ่าๆ)

    ซึ่งก็ไม่ได้เสียใจอะไร มั่นใจอยู่แล้วว่าตกแหงมๆ ก็ดันไปสอบแบบหัวโล่งๆ  ไม่ได้อ่านไปซักแอะ ถ้าผ่านก็ปาฏิหารย์แล้ว

    ผลคะแนนที่น่ารักน่าชังเป็นดังนี้ 

    Writing/ Vocabulary                       29/100
    Listening                                          73/100
    Reading/ Grammar                        
    102/200
    ________________________________________

                               Total Score         204/400

    เนื่องจากการสอบวัดระดับขั้นที่1 ต้องได้มากกว่าร้อยละ70 ขึ้นไปถึงจะผ่าน ก็เลยตกไป76คะแนน

    เพื่อนบอก โหย เสียดาย76 คะแนนเอง..."เอง"??  เอ่อ...ไอ้คุณเพื่อนคะ...76คะแนนนี่ พี่เรียก"เอง" เรอะ...="=;;

    ก็ถือว่าลองเชิงแล้วกัน ปีหน้าเอาใหม่ แล้วก็จะต้องเอาให้ผ่านด้วย ไม่งั้นอาจจะเจอรองเท้าแตะท่านพ่อบินมาปะทะกับศีรษะด้วยความเร็วสูง

    สรุปก็คือ การฟังถือว่าดีแล้ว ต่อจากนี้ก็ดูละครกับอนิเม เอ๊ย ฝึกฝนการฟังให้สม่ำเสมอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนด้านศัพท์ก็ต้องขยันท่องให้มากกว่านี้...ไม่สิ ต้องบอกว่าต้องเริ่มหัดท่องได้แล้วมากกว่า (เพราะท่องเสียที่ไหน) แล้วก็อ่านไวยากรณ์เพิ่มอีก

    อีก76คะแนน สู้โว้ยย

    ป.ล. รุ่นน้องถาม แล้วทำไมพี่ไม่สอบระดับ2ล่ะคะ?  ...นั่นสินะ... 

    December 24

    Christmas Party @ Host Family

    วันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ บ้านโฮสต์จัดงานปาร์ตี้เล็กๆกัน มีพ่อโฮสต์ แม่โฮสต์  เจ๊แนนแล้วก็ ฉันเอง
    จุริจัง ลูกสาวของบ้านนี้ติดงาน มาไม่ได้ เลยอดกินอาหารอร่อยๆ กับเค้กสตรอว์เบอร์รี่หวานๆเลย
     
    รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับคนดีๆที่นี่
     
    ไม่ใช่แค่บ้านนางาตะที่ใจดี เมตตากับฉันมาตลอดนะ เพื่อนๆที่นี่ก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้อยู่กับคนในครอบครัว
    หากคริสต์มาสเป็นเทศกาลของครอบครัวล่ะก็ ปีนี้ฉันอยากขอบคุณครอบครัวที่ฉันได้พบที่นี่
    ขอบคุณฟ้าที่ส่งให้เราได้มาพบกัน
    ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่มีให้ไม่หมด
    ขอบคุณที่ยอมรับเราอย่างที่เราเป็น
     
    ขอบคุณมากๆ
     
    ปีนี้อาจจะเป็นปีสุดท้ายที่ฉันได้ใช้เวลาที่บ้านแห่งที่สามที่ชื่อโออิตะอย่างเต็มที่แบบนี้ แต่ฉันก็บอกได้ว่า กว่าสี่ปีที่ผ่านมา ฉันมีความสุขมากๆ
     
    ขอบคุณจริงๆ
     
    Merry Christmas!!
    ขอให้ทุกคนมีความสุข
     
     
     
     
    October 07

    เอารูปที่ไปงานเอ็กซ์โปมาลง

    เอาส่วนนึงของรูปที่ถ่ายในงานเอ็กซ์โปมาใส่ในอัลบั้มแล้ว
    September 07

    หนึ่งในเรื่องที่จะต้องทำให้ได้

    อ่านคม ชัด ลึก ฉบับบ่ายเมื่อวานแล้วตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
    ชาตินี้ ยังไงยังไง ก็ต้อง...
    ขอถ่ายรูปคู่กับออแลนโด บลูมให้ด้ายยยยย
     
    อีกเรื่อง
    วันนี้จะไปรับแว่นใหม่แล้ว
    September 05

    แว่น

    วันนี้ไปเช็คสายตาที่โรงพยาบาลรัตนินมา
    ก็เป็นการเช็คทั่วไป ไม่ได้เจ็บตาอะไรถึงไปแต่อย่างใด
    ผลการตรวจปกติดี แต่สายตาสั้นขึ้น
    ความจริงก็สั้นขึ้นตั้งแต่คราวก่อนแล้วล่ะ แต่ไม่ได้ต้ดใหม่
    คราวนี้แม่เลยให้ตัด เพราะกว่าจะกลับมาคราวหน้าอาจจะนานเป็นปีได้
    ทรงแว่นคราวนี้คล้ายๆอันที่ใส่อยู่ เพียงแต่สีเข้มกว่า
    ตัวแว่นถูกกว่าเลนส์เสียอีก  630 บาท ถูกกว่าอันที่ใส่อยู่ด้วย
    เอาไว้ได้เมื่อไหร่ จะเอามาลงให้ดูกัน